FAQS

  • โครงการโรงไฟฟ้านี้ไม่ได้เป็นโครงการใหม่แต่อย่างใด เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแต่งแร่ของโครงการ โดยได้มีการศึกษาไว้แล้วในรายงาน EIA ของเหมืองแร่
  • เหตุผลที่ต้องมีโรงไฟฟ้าก็เพื่อผลิตไอน้ำไว้ใช้กระบวนการแต่งแร่ของเหมืองแร่ แต่เพื่อเป็นการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงนำไอน้ำส่วนที่เหลือมาผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ภายในโครงการ ไม่ได้มีผลิตเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด ซึ่งจะสามารถผลิตได้ราว 54 เมกะวัตต์ หากเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 2,400 1,434 1,100 เมกะวัตต์ ตามลำดับ จะเห็นว่ากำลังการผลิตของโครงการมีขนาดเล็กมากและผลิตไว้ใช้เองเท่านั้น

  • ในส่วนของการใช้น้ำได้มีการคำนวณแล้วว่าปริมาณน้ำที่นำมาจากอ่างเก็บน้ำลำคันฉูมีความเพียงพอ และได้ประสานงานกับกรมชลประทานในการจัดสรรน้ำส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว โดยน้ำที่กรมชลประทานจะจัดสรรให้โครงการจะเป็นน้ำส่วนที่เหลือจากกิจกรรมการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ซึ่งจะมีการติดตั้งมาตรวัดน้ำอย่างชัดเจน และโครงการจะจัดสร้างบ่อกักเก็บน้ำไว้ภายในพื้นที่โครงการเอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในโครงการอีกด้วย โดยที่จะไม่มีการใช้บึงทะเลสีดอเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ
  • โครงการจะทำการซื้อน้ำจากกรมชลประทาน โดยการต่อท่อจากอ่างเก็บน้ำลำคันฉูโดยตรงมายังโครงการ ซึ่งจะไม่ได้ดึงน้ำจากการคลองส่งน้ำชลประทานมาใช้ โดยการปล่อยน้ำต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการชลประทานอ่างเก็บน้ำลำคันฉูซึ่งมีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ทั้งนี้จะปล่อยน้ำส่วนที่เกินจากความต้องการของประชาชนเท่านั้น โดยจะไม่มีการแย่งน้ำประชาชนใช้อย่างแน่นอน
  • คัดเลือกบริษัทขนส่งถ่านหินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการควบคุมการขนส่งตามที่กำหนดในรายงาน EIA ของโครงการอย่างเคร่งครัด
  • รถขนส่งด้านถ่านหินทุกคันจะต้องทำการปิดคลุมผ้าใบในส่วนบรรทุกถ่านหินทุกคัน
  • มีการล้างล้อรถทุกครั้งก่อนออกจากโรงงาน
  • ติดตั้งระบบ GPS ติดตามรถตลอดเส้นทางการขนส่ง
  • จำกัดความเร็วของรถบรรทุกตามที่กฎหมายกำหนด
  • มีแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในการขนส่ง